วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ฝึกอ่านข่าว

ใบความรู้
เรื่องการอ่านวิเคราะห์  ข่าว
ความหมายของข่าว
ข่าว  คือการรายงานเหตุการณ์หรือเรื่องราวที่เกิดขึ้น  ซึ่งอยู่ในความสนใจใคร่รู้ของคนทั่วไป  ข่าวที่ปรากฏในหนังสือพิมพ์หรือสื่ออื่น ๆ มีหลายชนิดและหลายประเภททั้งนี้เพื่อให้เกิดความหลากหลายในการนำเสนอ  ซึ่งสามารถแบ่งได้ดังนี้
ชนิดของข่าว
ชนิดของข่าวแบ่งออกได้ตามเนื้อหาของข่าวนั้น ๆ  ได้แก่  ข่าวการเมือง   ข่าวสังคม  ข่าวเศรษฐกิจ  ข่าวการศึกษาและวิทยาศาสตร์  ข่าวอาชญากรรม  ข่าวบันเทิงและข่าวกีฬา เป็นต้น
ประเภทของข่าว
.  ข่าวหนัก  (Hard   news)  คือ  ข่าวที่มุ่งเน้นเหตุการณ์เป็นหลัก  เป็นข่าวที่เสนอข้อเท็จจริงล้วน ๆ  ตรงไปตรงมาตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  เช่น  ข่าวเพลิงไหม้  ข่าวอุบัติเหตุ  ข่าวฆาตกรรม  เนื้อข่าวจะบอกว่าเกิดอะไร  ที่ไหน  เมื่อใด  ใคร  ทำไมและเกิดขึ้นได้อย่างไร
.  ข่าวเบา  (Soft news)  คือ  ข่าวที่มุ่งเน้นกระบวนการเกี่ยวเนื่องมากกว่าเน้นเหตุการณ์  เป็นข่าวที่มีการอธิบายและแปลความหมายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจว่าเพราะอะไรจึงเกิดเหตุการณ์นั้น  รวมทั้งชี้ให้เห็นผลกระทบจากเหตุการณ์ที่มีต่อสังคมด้วย
โครงสร้างของข่าวโดยทั่วไป
โครงสร้างของข่าวโดยทั่วไปแบ่งออกได้   ส่วน  ดังนี้
.พาดหัวข่าว  (Headline)  เป็นจุดดึงดูดความสนใจและบอกความสำคัญของข่าวได้ชัดเจนและรวดเร็วที่สุด  มักจะใช้อักษรขนาดใหญ่แต่ถ้าไม่สามารถเก็บความสำคัญได้หมดจะมีการพาดหัวข่าวรอง  (Sub   headline)  เพิ่มเติมไว้อีกส่วนหนึ่งโดยมีใจความที่ขยายให้ชัดเจนขึ้นและใช้ตัวอักษรที่ลดขนาดลงอาจใช้ วลี  กลุ่มคำ หรือประโยคสั้น ๆ
          
 ๒.ความนำหรือวรรคนำ  (Lead)เป็นส่วนที่อยู่ต่อจากพาดหัวข่าวและพาดหัวข่าวรอง  โดยผู้เขียนข่าวจะจับประเด็นสำคัญของเหตุการณ์  ทั้งหมดมารายงานให้ผู้อ่านทราบแต่ถ้าความนำหรือวรรคไม่สามารถเก็บสาระสำคัญของข่าวได้หมดจะมีการเพิ่มส่วนที่โยงความสัมพันธ์ระหว่างความนำกับ  เนื้อข่าวให้ชัดเจนไว้อีกตอนหนึ่งเรียกว่า  ส่วนเชื่อม (Bridge)  ซึ่งมีความยาวไม่มากนักและในปัจจุบันมักไม่นิยมใช้
            
.  เนื้อข่าว  (Body)  เป็นรายละเอียดของเหตุการณ์หรือเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นโดยรูปแบบในการนำเสนอหลายอย่างแต่ที่นิยมมากคือการรายงานข่าวโดยเรียงลำดับเหตุการณ์สำคัญมากไปเหตุการณ์สำคัญน้อยเพื่อให้ผู้อ่านจับสาระสำคัญได้เร็วขึ้น  อย่างไรก็ตามบางครั้งการพาดหัวข่าวและการเขียน  ความนำมุ่งเรียกร้องความสนใจของผู้อ่านมากเกินไปจนทำให้ประเด็นสำคัญของข่าวเบี่ยงเบนไป  หากได้ตรวจสอบจากเนื้อข่าวทั้งหมดอีกครั้งจะทำให้จับใจความข่าวได้แม่นยำขึ้น
หลักปฏิบัติในการอ่าน  วิเคราะห์ข่าว
๑. การกำหนดวัตถุประสงค์ การกำหนดวัตถุประสงค์ในการอ่านเป็นเรื่องที่สำคัญ  เพื่อให้ทราบข่าวและความเคลื่อนไหวของเหตุการณ์ต่าง ๆ  เช่น  การเมือง  สังคมการศึกษา  วิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม
๒.การอ่านพาดหัวข่าว  เป็นการอ่านกวาดสายตาแบบเร็ว ๆ  เพื่อดูว่าแต่ละหน้ามีข่าวสำคัญที่น่าสนใจอะไรบ้าง  ถ้าเราอ่านหนังสือพิมพ์เป็นประจำและติดตามเรื่องบางเรื่อง  ผู้อ่านก็สามารถจะพลิกไปหน้านั้นได้ทันที  การอ่านแบบกวาดสายตาเช่นนี้เป็นการเลือกข่าวที่จะอ่าน  โดยดูจากพาดหัวข่าว
๓. การอ่านข่าวนำ  การอ่านข่าวในหน้าแรกมีความสำคัญมาก  เนื่องจากเป็นย่อหน้าสรุปประเด็นสำคัญของข่าว  ซึ่งจะมีรายละเอียดที่บอกว่า  ใคร  ทำอะไร  ที่ไหนเมื่อไร  อย่างไร  ทำไม  ในการอ่านพยายามตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้
๔.  การวิเคราะห์ประโยค  ในบางครั้งเราอ่านข่าวไม่เข้าใจ  มีปัญหาสืบเนื่องมาจาก  โครงสร้างของประโยคซับซ้อน  วิธีการที่จะช่วยให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น  คือวิเคราะห์ว่าส่วนใดเป็นประธาน  ส่วนใดเป็นกริยาแท้ ส่วนใดเป็นส่วนขยาย  ถ้าวิเคราะห์โครงสร้างหลักได้ก็จะช่วยให้เข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น
              
๕. การหาความหมายของศัพท์  ปัญหาอีกเรื่องหนึ่ง  สำหรับผู้อ่านหนังสือพิมพ์ คือ  บางครั้งอาพบคำศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย  ทำให้เกิดความท้อถอย คิดว่าอ่านแล้วคงไม่เข้าใจ  ถ้าเป็นคำราชาศัพท์ ผู้อ่านควรเปิดพจนานุกรมและจดคำศัพท์ไว้เพื่อทบทวนความจำอย่างไรก็ตามในการอ่านข่าวผู้อ่านควรตรวจสอบความถูกต้องของข้อเท็จจริงในข่าวจากแหล่งข่าวหรือสื่ออื่น ๆ  ด้วยเพื่อจะได้รับข่าวสารข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้มากที่สุด

เมื่ออ่านข่าวเสร็จแล้วปฏิบัติ ดังนี้ตอนที่  1 
   คำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนแผนที่ความคิด สรุปความรู้เรื่องการอ่านวิเคราะห์ข่าว
               
ตอนที่  2 ให้นักเรียนเขียนแผนที่ความคิด  จากการอ่านวิเคราะห์ข่าวเรื่อง  ลูกคลั่งเกม  แม่ฆ่าตัวประชด  ตามหลักปฏิบัติในการอ่านวิเคราะห์ข่าว 
ข่าว
เรื่อง  ลูกคลั่งเกม  แม่ฆ่าตัวประชด

ลูกคลั่งเล่นเกม  แม่ฆ่าตัวประชด  เตือนเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง  โดด  ๑๒  ชั้น  ดับสยองต่อหน้า
              แม่ก่อเหตุสลดกระโดดตึก  ๑๒  ชั้น  จบชีวิตตัวเอง  เหตุน้อยใจที่ลูกชายบึ้งตึงไม่พูดด้วย  หลังว่ากล่าวตักเตือนเรื่องที่เอาแต่เล่นเกมคอมพิวเตอร์  ลูกชายวัย  ๑๘  ยอมรับงอนแม่จึงไม่พูดด้วย  ก่อนก่อเหตุเรื่องเศร้า  แม่บอกว่าจะกระโดดตึกฆ่าตัวตาย  แต่นึกว่าแม่พูดขู่จึงนั่งเล่นเกมคอมพิวเตอร์ต่อไป  ไม่ได้สนใจอะไร  จนกระทั่งแม่เดินออกที่ระเบียงแล้วกระโดดลงมาฆ่าตัวตายตามที่พูด
คดีน่าเศร้าสลดใจที่แม่น้อยใจกระโดดตึกจบชีวิตตัวเองเพื่อประชดลูกชายรายนี้เปิดเผยขึ้นเมื่อเที่ยงวันที่  ๑๐ พค.  ๔๗  พ.ต.ท.สันติ    มีศิริ  สารวัตรเวรสน.ลุมพินี  ได้รับแจ้งว่ามีคนตกตึกที่แฟลต  ก ๒  แฟลตบ่อนไก่ ซอยปลูกจิต ถนนพระราม ๔ แขวงลุมพินีเขตปทุมวัน  กทม.  จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมแพทย์จากแผนกนิติเวช ฯ  ร.พ.จุฬา ฯ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู  เมื่อไปถึงจึงพบว่าที่เกิดเหตุ เป็นแฟลต ๑๒ ชั้น บริเวณสวนหย่อมหน้าอาคารพบศพผู้หญิงนอนหงายในสภาพร่างกายแหลกเหลว ทราบชื่อภายหลังว่า  ชื่อนางณัฐชนก   ตรีธารทิพย์  อายุ  ๔๗  ปี  พักอยู่ห้อง  ๘/๒๐๗  ชั้น ๑๒ ของแฟลต
นายอนุพงษ์   ตรีธารทิพย์  อายุ  ๕๗  ปี  สามีของนางณัฐชนก  ให้การว่าทำงานเป็นเซลล์แมนขายเหล็ก  ส่วนนางณัฐชนก  ทำงานเป็นผู้ช่วยผู้จัดการร้านจิวเวลลี่ย่านสุรวงศ์  แต่ลาออกมาเป็นแม่บ้านได้   ปี  แล้ว  ขณะทำงานอยู่ลูกชายวัย  ๑๘  ปี  ซึ่งเป็นลูกชาย คนเดียวเรียนอยู่ชั้น  ม.๖  โทรศัพท์มาร่ำไห้บอกข่าวร้ายว่านางณัฐชนกผู้เป็นแม่กระโดดตึกเสียชีวิตแล้ว  จึงรีบกลับมาที่บ้าน  ส่วนสาเหตุการฆ่าตัวตายของนางณัฐชนก  นายอนุพงษ์กล่าวว่านางณัฐชนกอยู่บ้านเฉย ๆ  ไม่มีปัญหาอะไร  ที่ตัดสินใจคิดสั้นกระโดดตึกฆ่าตัวตายคงเป็นเพราะประชดลูกชาย  เนื่องจากก่อนหน้านี้ลูกชายมีอาการบึ้งตึงที่ถูกแม่ดุว่า  เรื่องชอบเล่นเกมคอมพิวเตอร์  จึงไม่ยอมพูดคุยกับแม่มา  ๖-๗  วันแล้ว

                                      ที่มาหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  ฉบับวันที่  ๑๒  พ.ค.๒๕๔๗ตอนที่ 3  คำชี้แจง ให้นักเรียนตอบคำถามจาการอ่านข่าวเรื่อง  ลูกคลั่งเกม แม่ฆ่าตัวประชด
1. เพราะเหตุใดแม่จึงกระโดดตึกฆ่าตัวตาย
2.  นักเรียนคิดว่าการกระทำของแม่เหมาะสมหรือไม่  เพราะเหตุใด          
3.  ถ้านักเรียนเป็นลูกจะปฏิบัติตัวอย่างไร
           4
.  ถ้านักเรียนเป็นแม่  จะปฏิบัติอย่างไร
5.  จากการอ่านข่าว  ลูกคลั่งเกม    แม่ฆ่าตัวประชด  นักเรียนได้ข้อคิดอะไรบ้าง
ตอนที่  4
คำชี้แจง  จากการอ่านข่าวเรื่อง  ลูกคลั่งเกม    แม่ฆ่าตัวประชด  ให้นักเรียนเขียนแสดงความคิดเห็น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น